IM Club @ TU's profileIM CLUBPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 11 กำหนดการ IM CAMP จ้าสำหรับน้องๆ ที่ได้ลงชื่อไว้กับโครงการ IM CAMP
เจอกันวันศุกร์นี้ (16 ก.ย.) เวลา 7.00 น. เพื่อเช็คชื่อขึ้นรถ
โดยรถจะออก 7.30 น. ขอให้น้องๆ ตรงต่อเวลาด้วยน่ะค่ะ
สถานที่นัดพบ...หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์นะค่ะ
October 08 เปิดรับสมัครร่วมกิจกรรม IM CAMP 16 - 28 ตุลาคมนี้ จะเปิดรับสมัครแล้วนะสำหรับ IM CAMP ขอบอกว่ารับจำนวนจำกัดนะ
ให้สิทธิ์นักศึกษา IM ก่อนนะ ตามด้วยปี 1 - 2 ที่สนใจจะเอก IM และสมาชิก IM CLUB ค่ะ
ต้องขอโษจริงๆ สำหรับการจำกัดสิทธิ์ เนื่องจากปีนี้สาขามีนโยบายรับกลุ่ม Target คือ ปี 3-4 เอก IM และปี 1 - 2 ที่สนใจก่อน
วันที่ 16 - 28 ตุลาคม อย่ามัวอ่านหนังสือสอบกันจนลืมไปรับและส่งใบสมัครนะ
รังสิต ติดต่อรับและส่งใบสมัครได้ที่ตึกคณะพาณิชย์
ท่าพระจันทร์ ติดต่อรับใบสมัครที่เลขานุการสาขา IM
หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบภายหลังค่ะ
September 20 3 ปี 3 ค่าย...IM CAMP เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา คณะทำงานของชมรมได้ไปสำรวจสถานที่จัดค่ายกันแล้วนะ และก็ได้ข้อสรุปแล้วว่า ในวันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายนนี้เราจะออกเดินทางไป IM Camp กันตั้งแต่เช้า ซึ่งที่พักในปีนี้คือ The legacy River Kwai Resort จ. กาญจนบุรีนะจ๊ะ รับรองว่าปีนี้สนุกแน่!!!! ทางคณะทำงานจะเตรียมทุกกิจกรรม มันส์ ฮาไว้ต้อนรับผู้ร่วมโครงการทุกคน
ยังไงใครที่สนใจก็เคลียร์คิวให้ว่างไว้นะจ๊ะ เพราะเราจะไปในช่วงอาทิตย์แรกของเปิดเทอม 2 ดังนั้นอีกไม่นานเราจะเปิดรับสมัครแล้วนะ ยังไงคงเปิดรับสมัครก่อนสอบปลายภาคที่ 1 นี้แน่นอน แต่มีข่าวร้ายสำหรับนักศึกษานอกเอกสักนิดว่า เราอาจจะรับท่านที่แจ้งเป็นเอกอื่นไปแล้วไม่ได้นะค่ะ อันนี้ต้องรอดูนโยบายของคณะก่อน อย่างไรก็ตามเราจะช่วยต่อสู้เรียกร้องให้ท่านๆ ทั้งหลายได้ไปนะ แต่ก็คงเป็นแบบจำนวนจำกัด ดังนั้นคอยติดตามข่าวสารให้ดี เปิดรับสมัครเมื่อไหร่รีบสมัครนะ ก่อนจะเต็ม!!!!!!!
แล้ววันหลังจะเอารูปที่เราไป Survey มาให้ดูกันนะ....แล้วเจอกันวันรับสมัครนะค่ะ September 12 Heineken..Just sat H i!!! ก็ผ่านไปแล้วกับการเยี่ยมชมโรงเบียร์ Heineken กิจกรรมแรกของ IM Club ในปีการศึกษานี้ เพื่อนๆ และน้องๆ ก็ได้รับการต้อนรับจากพี่ๆ ที่น่ารักด้วย welcome drink อย่างน้ำส้ม น้ำอัดลม
หลังจากนั้นเราก็เริ่มรับความรู้กันที่พิพิธภัณฑ์เบียร์ ชมวิดีโอคลิปเหนือถังเบียร์โบราณขนาดใหญ่ ที่พี่ๆ Heineken บอกไว้ว่า "หากใครได้ดื่มเบียร์ที่หมักบ่มในถังเบียร์โบราณนี้ จะถือได้ว่าได้ลิ้มรสชาติเบียร์ที่สุดยอด" หลังจากนั้นเราก็ไปชมจุดกำเนิดของเบียร์ครั้งแรกในโลก และการเข้ามาของเบียร์ในประเทศไทย ถือว่าพวกเราได้รับความรู้มากมายที่เดียว
และก่อนจะเข้าเยี่ยมชมโรงเบียร์ เราก็ได้รู้จักทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของโรงงานว่า บริเวณใดเป็นส่วนใดของโรงเบียร์ และเมื่อเดินเข้าไปในส่วนการผลิต เราก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับถังต้ม แยกกรองขนาดใหญ่ เทคโนโลยีการบรรจุที่ใช้เพียงเครื่องมือเครื่องจักร ถึงขนาดที่ว่าโรงงานพื้นที่ 140 ไร่แต่มีคนงานเพียง 160 คนเท่านั้น!!! คนที่ไม่ได้ไปก็จินตนาการเอาเองนะ ว่าเทคโนโลยีการผลิตจะมีความทันสมัยขนาดไหน น่าเสียดายตรงที่เราไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายรูปในส่วนของโรงงานตรงนี้ เลยไม่มีรูปมาให้เพื่อนๆ ตื่นตาตื่นใจเหมือนเรา
พอกลับมาจากโรงเบียร์ ก็เป็นเวลาที่หลายคนรอคอย กับการเสิร์ฟอาหารว่างกับเครื่องดื่มเย็นๆ ที่หลายคนติดใจ รวมถึงร่วมเล่นเกมได้รับของรางวัลกันไปมากมาย สำหรับคนที่ไม่ได้รับรางวัลก็มีหลายคนที่เข้าซื้อของที่ระลึกจาก Heineken ติดไม้ติดมือกลับบ้าน
แล้วไว้เจอกันในกิจกรรมหน้านะ 3 ปี 3 ค่ายที่กาญจนบุรี 16 -18 พฤศจิกายนนี้นะค่ะ August 25 ความน่าสนใจของการไปดูงานครั้งที่ 1 สมาชิก IM CLUB คงทราบกันแล้วว่าวันที่ 10 กันยายนนี้ ชมรมจะไปดูงานที่บริษัท ไทย เอเชีย แปซิฟิก บริเวอรี่ จำกัด เพื่อนๆ หลายคนคงมีคำถามว่า ไปดูโรงงานเบียร์ น่าสนใจตรงไหน??? งั้นเรามาดูกันนะว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างใน Trip ครั้งนี้
บริษัท ไทย เอเชีย แปซิฟิก บริเวอรี่ จำกัด
รางวัลแห่งความสำเร็จ
- มาตรฐาน ISO9002
- มาตรฐาน ISO9001:2000
- มาตรฐาน ISO14001:2004\
- ไฮเนเก้นได้รับรางวัลคุณภาพ
- เชียร์เบียร์ได้รับรางวัลระดับโกลด์ จากมอนเต้ ซีเลคชั่น
- ไทเกอร์เบียรฺได้รับรางวัลโรงเบียร์ยอดเยี่ยม
แผนการเยี่ยมชม
เมื่อเดินทางถึงโรงงานจะได้รับการต้อนรับภายในห้องรับรองของบริษัท บริการเครื่องดื่ม Welcome Drink ที่รับรองว่าไม่ใช่เบียร์แน่นอน เดินทางเข้าสู่พิพิธภัณฑ์เบียร์ ที่มีเครื่องจักรเครื่องมือสำหรับการผลิตเบียร์ยุคแรกๆ หลังจากนั้นเรียนรู้ขั้นตอนการผลิตเบียร์ และเข้าเยี่มชมโรงงานจากหลายมุม ก่อนที่จะสิ้นสุดที่ช่วง Relax and Fun รับรองว่าไม่น่าเบื่อแต่จะต้องตื่นตาตื่นใจแน่นอน
ยังไงก็ลองเข้าไปดูภาพจากหลายมุมกล้องกันก่อนได้ที่ http://www.tapb.co.th/th/brewery/brewery_tour.html
*****ขอบอกว่ารับจำนวนจำกัดนะจะบอกให้*****
รู้จัก Heineken เนื่องจากในวันที่ 10 กันยายน 2550 นี้ ชมรมบริหารอุตสาหการและปฏิบัติการ (IM Club) จะจัดให้มีการทัศนศึกษาดูงานในสถานประกอบการซึ่งในปีนี้ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ Heineken ให้พานักศึกษาเข้าชมโรงงานได้ วันนี้คณะกรรมการชมรมจึงอาสานำข้อมูลมาหใทความรู้จัก ก่อนเดินทางกันนะ
Heineken เป็นบริษัทที่เติบโตมาจากธุรกิจของครอบครัว
ย้อนกลับไปในช่วงปี 1864 Gerard Adriaan Heineken ได้เข้าทำธุรกิจเครื่องดื่มโดยการเข้าซื้อบริษัทใน Amsterdam ชื่อ “The Haystack” ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องดื่มที่ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 1592
Gerard ได้วางรากฐานสำหรับ Heineken ในการจะวางให้เป็นเครื่องดื่มเบียร์ในระดับโลก เพียงไม่กี่ปี Gerard สามารถดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จในการเพิ่มยอดจำหน่ายขายเครื่องดื่มใน Amsterdam
ในปี 1867 ได้เริ่มขยายงานก่อตั้งโรงงานใหม่ และในไม่ช้า Heineken ก็กลายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในเนเธอแลนด์
จนเข้ามาสู่ในช่วงรุ่นที่ 2 ของตระกูลหลังในปี 1950 Alfred Heineken เป็นผู้ที่ทำให้ Heineken กลายเป็นแบรนด์ชั้นนำของโลก โดยเริ่มเป็นที่รู้จักในตลาดยุโรปก่อนและขยายไปยังอเมริกา
ปัจจุบัน Heineken มีจำหน่าย 170 ประเทศ มีโรงงานผลิต 116 แห่งใน 57 ประเทศ ณ วันนี้ Heineken เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้นเพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ของโลกโดยการเป็นสปอนเซอร์ให้กับงานแข่งขันกีฬาสำคัญต่างๆ อาทิเช่น the Rugby World Cup ใน South Africa, the US Open, the Davis Cup Tennis Tournament, the Heineken Classic Golf Tournament, the Saint Maarten Regatta ใน Caribbean และในงานเทศการดนตรี เช่น the Montreux, Puerto Rico, Umbria Jazz Festivals.
ในไทยมีบริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายให้กับแบรนด์ Heineken
August 03 เกาะติด TQM ความท้าทายขององค์กร'ก่อศักดิ์'นำ '7-eleven'ปักธงด้วยศรัทธา การนำองค์กรสู่เส้นทาง TQM เพื่อมุ่งเป้าหมายสร้าง productivity นับเป็นความท้าทายของผู้นำในการบริหารจัดการ "ก่อศักดิ์" ซีอีโอเต็มขั้น ชี้ความยากอยู่ที่การผลักดันความคิดของทุกคนในองค์กรให้มีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพ ยืนยันความสำเร็จต้องสร้างด้วยศรัทธาแรงกล้า
ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการ บริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมมนา The 8 Symposium on TQM-Best Practices in Thailand เมื่อเร็วๆนี้ เล่าถึงการนำแนวทาง Total Quality Management (TQM) มาใช้กับธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น จนถึงปัจจุบันผ่านมา 10 ปี เมื่อมองย้อนกลับไปในวันแรกที่เริ่มอยู่ในยุควิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของไทยที่เรียกว่าต้มยำกุ้ง และกลับกลายเป็นว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นกลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญ เพราะในขณะที่บริษัทอื่นๆ ต่างลดคนและลดเงินเดือนพนักงานอย่างมโหฬาร แต่ 7eleven บอกกับบุคลากรทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนั้นว่าจะไม่ลดคนและลดเงินเดือน แต่ทุกคนจะต้องมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือการสร้าง productivity เพื่อเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และเพราะอยู่ในภาวะวิกฤตทำให้ทุกคนร่วมมือ ซึ่งถ้าเป็นภาวะปกติจะไม่ยอมง่ายๆ อย่างนี้ ซึ่งภายใน 3 ปีก็เห็น productivity เกิดขึ้นในหลายๆ เรื่อง ก่อศักดิ์ย้ำว่า ด้วยการนำ TQM มาใช้ช่วยให้เซเว่นอีเลฟเว่นเติบโตมาได้ ณ วันนี้ สามารถมีร้านได้ถึง 4 พันสาขา มีพนักงานในร้านถึง 4 หมื่นคน พนักงานในบริษัทที่อยู่ในเครืออีกกว่า 2 หมื่นคน รวมกับพนักงานทำความสะดวกกับพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งมาจาก out source อีก 4 พันคน รวมเป็น 6.6 หมื่นคน ซึ่งเมื่อแยกเป็นหน่วยทำงานนับร้อยหน่วย จึงเป็นเรื่องยากที่จะบริหารให้เดินไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างถูกต้อง ความภูมิใจอยู่ที่การผลักดันให้ทุกคนช่วยกันสร้างยอดขายได้ถึง 8 หมื่นล้านบาท ด้วยการดูแลลูกค้าถึงวันละ 4 ล้านคน ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่แนวทางการบริหารให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพ ในจุดนี้เมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆ บริษัทที่มีผู้นำเพียงไม่กี่คนเป็นคนนำพาองค์กรไปในทิศทางใดก็ได้ โดยที่คนส่วนใหญ่ที่ทำงานในองค์กรนั้นทำหน้าที่ของตนเองจนสุดความสามารถเท่านั้น โดยไม่รู้จะพบกับวิกฤตเมื่อไร นอกจากนี้ เบื้องหลังการทำงานที่มีประสิทธิภาพของหลายๆ องค์กร และส่งผลถึงการพัฒนาประเทศมาจากการใช้ TQM ในการบริหารจัดการ เช่น รถไฟใต้ดินของฮ่องกงยังดีเหมือนเดิม ตรงเวลา ไม่เคยหยุด ไม่เคยผิดพลาด เช่นเดียวกับการไฟฟ้าฮ่องกง ที่มีภารกิจดูแลการใช้ไฟฟ้าอย่างมโหฬาร ไฟนับพันล้านดวงไม่เคยมีปัญหาและใน 6 ปีที่ผ่านมาไม่เคยขึ้นค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาคุณภาพมาตลอด หากจะเปรียบเทียบจากรางวัลที่ได้รับ ในประเทศสิงคโปร์มีองค์กรที่ได้รับรางวัล Singapore Quality Award 25 ราย Singapore Quality Control ประมาณ 100 ราย ในขณะที่มีองค์กรไทยได้รางวัล Thailand Quality Award 2 ราย และThailand Quality Control กว่า 10 ราย เท่านั้น ซึ่งเซเว่นฯ ก็เป็นหนึ่งในนั้น ถ่ายทอดประสบการณ์สร้าง "productivity" เพราะแรงศรัทธา TQM ที่เพิ่มขึ้นเปรียบเป็นเหมือนการยอมรับนับถือในศาสนา ซึ่งเป็นผลมาจากการที่คนทั้งหมดมีส่วนร่วม ช่วยกันคิด ช่วยกันดูแลรายละเอียดมากมาย ซึ่งการนำ TQM มาใช้อย่างถูกต้องนั้น ในระยะแรกจะพบว่ามีปัญหามากขึ้นนั้น มาจากการรับรู้ปัญหาของตนเองโดยการใช้ TQM เป็นตัวช่วย สำหรับแนวความคิดที่จะปลุกระดมผู้บริหารให้เข้าใจการบริหารจัดการแบบ TQM ง่ายๆ ด้วยคาถาเพียงไม่กี่ข้อ เช่น แม้ทุกระดับที่มองปัญหาจะเห็นต่างกันดังนั้นเมื่อต้องการแก้ไขอย่างถูกจุดต้องคุยกันด้วยข้อเท็จจริงกับข้อมูล (Fact & Data) และต้องยอมเจาะลึกถึงกระบวนการวิธีการทำงานในเรื่องที่ต้องการทำเพื่อให้เข้าใจตรงกันและทำได้ถูกเป้าหมาย (process oriented) นอกจากนี้ ต้องใช้แนวคิด market inไม่ใช่ product out ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร และพยายามคิดสิ่งที่เหมาะสมไปเสนอ ยกตัวอย่าง บริษัทใหญ่อย่างไอบีเอ็ม จากเดิมซีอีโอที่ให้ความสำคัญกับการค้นคว้าวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ลูกค้ากลับชอบความคิดและสินค้าของคู่แข่งมากมาย จนต้องเปลี่ยนซีอีโอที่มาจากธุรกิจอาหารซึ่งรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ด้วยการออกไปสำรวจตลาดตลอดจนพลิกฟื้นไอบีเอ็มขึ้นมาได้ รวมทั้ง แนวคิดที่ต้องเห็นหน่วยงานอื่นๆ ในองค์กรเป็นลูกค้าด้วย เพื่อจะได้ส่งต่องานดีๆ ไปให้ ความท้าทายของผู้บริหารอยู่ที่การผลักดันความคิดหรือทำให้มีนิสัยในการทำงานแบบ TQM ไปสู่บุคลากรทุกระดับนั้นมีความยาก ไม่ใช่การทำ TQM เป็นเรื่องยาก สิ่งที่ต้องทำคือการรณรงค์และจัดกิจกรรมมากมาย เช่น การตั้งรางวัล Golden Ant เพื่อส่งเสริมให้คนในองค์กรมีส่วนร่วม และผลักดันให้มีความคิดความเชื่อว่าพนักงานทุกคนคือเจ้าของบริษัท เพราะพนักงานส่วนใหญ่คิดแค่ว่าเป็นเพียงลูกจ้าง จึงต้องใช้การอธิบายและทำให้รู้ การให้หุ้นทองคำด้วยการที่ผู้บริหารนำเงินของตนเองไปซื้อหุ้นมาแจกพนักงาน เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้บริษัทแจกหุ้นกับพนักงาน นอกจากนี้ เพื่อให้บุคลากรเข้าใจชีวิตการทำงานแบบเซเว่นฯ จึงกำหนด ค่านิยม (value) 7 ประการ ขององค์กร คือ สัจจะวาจา สามัคคี มีน้ำใจ ให้ความเคารพผู้อื่น และชื่นชมความงามแห่งชีวิต ด้วยมุมมองว่าทุกคนมีชีวิตจิตใจ มีสิทธิ์เป็นเจ้าของชีวิตของตัวเอง การทำงานที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมนั้นในฐานะความเป็นคนต้องทำงานอย่างมีความสุข ปรารถนารอยยิ้มลูกค้าด้วยทีมงานมีความสุข เพราะเมื่อทำงานมีความสุขรอยยิ้มจึงมาจากใจจริง ลูกค้าจะยิ้มกลับ เพราะฉะนั้น จึงมีกิจกรรมต่างๆ มากมายให้พนักงานเลือกทำ เช่น ชมรมวรรณกรรม ชมรมกีฬาและเกมต่างๆ เป็นต้น เพื่อให้รู้จักชื่นชมความงามแห่งชีวิต เพื่อให้การบริหารทุกระดับชั้นเป็นไปได้ตามเป้าและประคองให้การนำ TQM มาใช้ก้าวไปได้ จึงมีการกำหนด 11 leadershipส่วนของผู้บริหารระดับต้นมี 4 ข้อ คือ มีความจริงใจ ใช้ปิยะวาจา ไม่ศักดินา อย่าหลงอำนาจ ผู้บริหารระดับกลาง 4 ข้อ คือ เป็นแบบอย่างที่ดี ให้ความเมตตา มียุติธรรม และกล้าตัดสินใจ สำหรับผู้บริหารระดับสูง 3 ข้อ คือ อาทรสังคม บ่มเพาะคนดี ต้องมีใจกว้าง "ด้วยการเห็นคุณค่าของ TQM มาก และเชื่อในความร่วมมือของคนจำนวนมากๆ ซึ่งการสร้างความเชื่อเป็นสิ่งสำคัญที่สุด" ยิ่งกว่านั้น การประกวดเพื่อคว้ารางวัล Total Quality Award ในกระบวนการทำให้เกิดข้อดีในการทำงาน ทุกหน่วยงานต้องเข้ามาร่วมกัน และต้องการพัฒนาตัวเองจริงๆ จึงส่งประกวดแบบปีเว้นปี เพื่อใช้เวลาในการปรับปรุงตัวเอง ซึ่งเริ่มจากการเชื่อใน TQM นอกจากนี้ ยังมีแนวทางการทำงานแบบ TQA มีเกณฑ์เพื่อให้การมีส่วนร่วมเกิดขึ้นในหน่วยงานต่างๆ (cross function) และแม้ว่าจะสอบตกไม่สามารถคว้ารางวัลมาได้ และมีจุดที่ต้องปรับปรุงต้องพัฒนาตัวเองอีกมาก แต่เป้าหมายยังเหมือนเดิม ที่มา :ผู้จัดการรายสัปดาห์23 กรกฎาคม 2550
มาตรฐาน ISO27001
July 29 แนะนำฝึกงานสำหรับน้องปี 3
July 27 อ.ดร. การดี กับบทบาทใหม่ในข่าวข้นคนข่าว
แนะนำวิชาเรียน
July 26 IM VS IE...ความเหมือนที่แตกต่าง
July 23 MK Restaurant กับแนวคิดแบบ IM
IM Camp'49เรารวบรมภาพกิจกรรมเมื่อครั้ง IM Camp ที่ผ่านมาให้ได้ชมกัน ใครมี comment หรือสนใจจะไป camp กับเราอีกก็โพสต์ไว้นะ |
|
|