IM Club @ TU's profileIM CLUBPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    November 11

    กำหนดการ IM CAMP จ้า

     
    สำหรับน้องๆ ที่ได้ลงชื่อไว้กับโครงการ IM CAMP
    เจอกันวันศุกร์นี้ (16 ก.ย.) เวลา 7.00 น. เพื่อเช็คชื่อขึ้นรถ
    โดยรถจะออก 7.30 น. ขอให้น้องๆ ตรงต่อเวลาด้วยน่ะค่ะ
     
    สถานที่นัดพบ...หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์นะค่ะ
     
    October 08

    เปิดรับสมัครร่วมกิจกรรม IM CAMP 16 - 28 ตุลาคมนี้

     
     
          จะเปิดรับสมัครแล้วนะสำหรับ IM CAMP ขอบอกว่ารับจำนวนจำกัดนะ
    ให้สิทธิ์นักศึกษา IM ก่อนนะ ตามด้วยปี 1 - 2 ที่สนใจจะเอก IM และสมาชิก IM CLUB ค่ะ
    ต้องขอโษจริงๆ สำหรับการจำกัดสิทธิ์ เนื่องจากปีนี้สาขามีนโยบายรับกลุ่ม Target คือ ปี 3-4 เอก IM และปี 1 - 2 ที่สนใจก่อน
     
    วันที่ 16 - 28 ตุลาคม อย่ามัวอ่านหนังสือสอบกันจนลืมไปรับและส่งใบสมัครนะ
    รังสิต ติดต่อรับและส่งใบสมัครได้ที่ตึกคณะพาณิชย์
    ท่าพระจันทร์ ติดต่อรับใบสมัครที่เลขานุการสาขา IM
    หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบภายหลังค่ะ
     
     
     
    September 20

    3 ปี 3 ค่าย...IM CAMP

     
     
             เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา คณะทำงานของชมรมได้ไปสำรวจสถานที่จัดค่ายกันแล้วนะ และก็ได้ข้อสรุปแล้วว่า ในวันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายนนี้เราจะออกเดินทางไป IM Camp กันตั้งแต่เช้า ซึ่งที่พักในปีนี้คือ The legacy River Kwai Resort จ. กาญจนบุรีนะจ๊ะ รับรองว่าปีนี้สนุกแน่!!!! ทางคณะทำงานจะเตรียมทุกกิจกรรม มันส์ ฮาไว้ต้อนรับผู้ร่วมโครงการทุกคน
     
             ยังไงใครที่สนใจก็เคลียร์คิวให้ว่างไว้นะจ๊ะ เพราะเราจะไปในช่วงอาทิตย์แรกของเปิดเทอม 2 ดังนั้นอีกไม่นานเราจะเปิดรับสมัครแล้วนะ ยังไงคงเปิดรับสมัครก่อนสอบปลายภาคที่ 1 นี้แน่นอน แต่มีข่าวร้ายสำหรับนักศึกษานอกเอกสักนิดว่า เราอาจจะรับท่านที่แจ้งเป็นเอกอื่นไปแล้วไม่ได้นะค่ะ อันนี้ต้องรอดูนโยบายของคณะก่อน อย่างไรก็ตามเราจะช่วยต่อสู้เรียกร้องให้ท่านๆ ทั้งหลายได้ไปนะ แต่ก็คงเป็นแบบจำนวนจำกัด ดังนั้นคอยติดตามข่าวสารให้ดี เปิดรับสมัครเมื่อไหร่รีบสมัครนะ ก่อนจะเต็ม!!!!!!!
     
           แล้ววันหลังจะเอารูปที่เราไป Survey มาให้ดูกันนะ....แล้วเจอกันวันรับสมัครนะค่ะ
    September 12

    Heineken..Just sat H i!!!

     
     
         ก็ผ่านไปแล้วกับการเยี่ยมชมโรงเบียร์ Heineken กิจกรรมแรกของ IM Club ในปีการศึกษานี้  เพื่อนๆ และน้องๆ ก็ได้รับการต้อนรับจากพี่ๆ ที่น่ารักด้วย welcome drink อย่างน้ำส้ม น้ำอัดลม
     
         หลังจากนั้นเราก็เริ่มรับความรู้กันที่พิพิธภัณฑ์เบียร์ ชมวิดีโอคลิปเหนือถังเบียร์โบราณขนาดใหญ่ ที่พี่ๆ Heineken บอกไว้ว่า "หากใครได้ดื่มเบียร์ที่หมักบ่มในถังเบียร์โบราณนี้ จะถือได้ว่าได้ลิ้มรสชาติเบียร์ที่สุดยอด" หลังจากนั้นเราก็ไปชมจุดกำเนิดของเบียร์ครั้งแรกในโลก และการเข้ามาของเบียร์ในประเทศไทย ถือว่าพวกเราได้รับความรู้มากมายที่เดียว
     
         และก่อนจะเข้าเยี่ยมชมโรงเบียร์ เราก็ได้รู้จักทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของโรงงานว่า บริเวณใดเป็นส่วนใดของโรงเบียร์ และเมื่อเดินเข้าไปในส่วนการผลิต เราก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับถังต้ม แยกกรองขนาดใหญ่ เทคโนโลยีการบรรจุที่ใช้เพียงเครื่องมือเครื่องจักร ถึงขนาดที่ว่าโรงงานพื้นที่ 140 ไร่แต่มีคนงานเพียง 160 คนเท่านั้น!!!  คนที่ไม่ได้ไปก็จินตนาการเอาเองนะ ว่าเทคโนโลยีการผลิตจะมีความทันสมัยขนาดไหน  น่าเสียดายตรงที่เราไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายรูปในส่วนของโรงงานตรงนี้ เลยไม่มีรูปมาให้เพื่อนๆ ตื่นตาตื่นใจเหมือนเรา
     
        พอกลับมาจากโรงเบียร์ ก็เป็นเวลาที่หลายคนรอคอย กับการเสิร์ฟอาหารว่างกับเครื่องดื่มเย็นๆ ที่หลายคนติดใจ รวมถึงร่วมเล่นเกมได้รับของรางวัลกันไปมากมาย สำหรับคนที่ไม่ได้รับรางวัลก็มีหลายคนที่เข้าซื้อของที่ระลึกจาก Heineken ติดไม้ติดมือกลับบ้าน
     
         แล้วไว้เจอกันในกิจกรรมหน้านะ 3 ปี 3 ค่ายที่กาญจนบุรี 16 -18 พฤศจิกายนนี้นะค่ะ
    August 25

    ความน่าสนใจของการไปดูงานครั้งที่ 1

           สมาชิก IM CLUB คงทราบกันแล้วว่าวันที่ 10 กันยายนนี้ ชมรมจะไปดูงานที่บริษัท ไทย เอเชีย แปซิฟิก บริเวอรี่ จำกัด เพื่อนๆ หลายคนคงมีคำถามว่า ไปดูโรงงานเบียร์ น่าสนใจตรงไหน??? งั้นเรามาดูกันนะว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างใน Trip ครั้งนี้
      
           บริษัท ไทย เอเชีย แปซิฟิก บริเวอรี่ จำกัด
               รางวัลแห่งความสำเร็จ
                 - มาตรฐาน ISO9002
                 - มาตรฐาน ISO9001:2000
                 - มาตรฐาน ISO14001:2004\
                 - ไฮเนเก้นได้รับรางวัลคุณภาพ
                 - เชียร์เบียร์ได้รับรางวัลระดับโกลด์ จากมอนเต้ ซีเลคชั่น
                 - ไทเกอร์เบียรฺได้รับรางวัลโรงเบียร์ยอดเยี่ยม
     
           แผนการเยี่ยมชม
                 เมื่อเดินทางถึงโรงงานจะได้รับการต้อนรับภายในห้องรับรองของบริษัท บริการเครื่องดื่ม Welcome Drink ที่รับรองว่าไม่ใช่เบียร์แน่นอน เดินทางเข้าสู่พิพิธภัณฑ์เบียร์ ที่มีเครื่องจักรเครื่องมือสำหรับการผลิตเบียร์ยุคแรกๆ หลังจากนั้นเรียนรู้ขั้นตอนการผลิตเบียร์ และเข้าเยี่มชมโรงงานจากหลายมุม ก่อนที่จะสิ้นสุดที่ช่วง Relax and Fun รับรองว่าไม่น่าเบื่อแต่จะต้องตื่นตาตื่นใจแน่นอน
     
     
          ยังไงก็ลองเข้าไปดูภาพจากหลายมุมกล้องกันก่อนได้ที่ http://www.tapb.co.th/th/brewery/brewery_tour.html
     
    *****ขอบอกว่ารับจำนวนจำกัดนะจะบอกให้*****
     

    .

    รู้จัก Heineken

           
           เนื่องจากในวันที่ 10 กันยายน 2550 นี้ ชมรมบริหารอุตสาหการและปฏิบัติการ (IM Club) จะจัดให้มีการทัศนศึกษาดูงานในสถานประกอบการซึ่งในปีนี้ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ Heineken  ให้พานักศึกษาเข้าชมโรงงานได้ วันนี้คณะกรรมการชมรมจึงอาสานำข้อมูลมาหใทความรู้จัก ก่อนเดินทางกันนะ
     
     
         Heineken เป็นบริษัทที่เติบโตมาจากธุรกิจของครอบครัว
           ย้อนกลับไปในช่วงปี 1864 Gerard Adriaan Heineken ได้เข้าทำธุรกิจเครื่องดื่มโดยการเข้าซื้อบริษัทใน Amsterdam ชื่อ “The Haystack” ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องดื่มที่ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 1592
         
           Gerard ได้วางรากฐานสำหรับ Heineken ในการจะวางให้เป็นเครื่องดื่มเบียร์ในระดับโลก เพียงไม่กี่ปี Gerard สามารถดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จในการเพิ่มยอดจำหน่ายขายเครื่องดื่มใน Amsterdam
         
           ในปี 1867 ได้เริ่มขยายงานก่อตั้งโรงงานใหม่ และในไม่ช้า Heineken ก็กลายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในเนเธอแลนด์
     
           จนเข้ามาสู่ในช่วงรุ่นที่ 2 ของตระกูลหลังในปี 1950 Alfred Heineken เป็นผู้ที่ทำให้ Heineken กลายเป็นแบรนด์ชั้นนำของโลก โดยเริ่มเป็นที่รู้จักในตลาดยุโรปก่อนและขยายไปยังอเมริกา
           
            ปัจจุบัน Heineken มีจำหน่าย 170 ประเทศ มีโรงงานผลิต 116 แห่งใน 57 ประเทศ ณ วันนี้ Heineken เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้นเพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ของโลกโดยการเป็นสปอนเซอร์ให้กับงานแข่งขันกีฬาสำคัญต่างๆ อาทิเช่น the Rugby World Cup ใน South Africa, the US Open, the Davis Cup Tennis Tournament, the Heineken Classic Golf Tournament, the Saint Maarten Regatta ใน Caribbean และในงานเทศการดนตรี เช่น the Montreux, Puerto Rico, Umbria Jazz Festivals.
            
            ในไทยมีบริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายให้กับแบรนด์ Heineken
      

    August 03

    เกาะติด TQM ความท้าทายขององค์กร'ก่อศักดิ์'นำ '7-eleven'ปักธงด้วยศรัทธา

     
        การนำองค์กรสู่เส้นทาง TQM เพื่อมุ่งเป้าหมายสร้าง productivity นับเป็นความท้าทายของผู้นำในการบริหารจัดการ "ก่อศักดิ์" ซีอีโอเต็มขั้น ชี้ความยากอยู่ที่การผลักดันความคิดของทุกคนในองค์กรให้มีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพ ยืนยันความสำเร็จต้องสร้างด้วยศรัทธาแรงกล้า

        ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการ บริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานสัมมนา The 8 Symposium on TQM-Best Practices in Thailand เมื่อเร็วๆนี้ เล่าถึงการนำแนวทาง Total Quality Management (TQM) มาใช้กับธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น จนถึงปัจจุบันผ่านมา 10 ปี เมื่อมองย้อนกลับไปในวันแรกที่เริ่มอยู่ในยุควิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของไทยที่เรียกว่าต้มยำกุ้ง และกลับกลายเป็นว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นกลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญ

        เพราะในขณะที่บริษัทอื่นๆ ต่างลดคนและลดเงินเดือนพนักงานอย่างมโหฬาร แต่ 7eleven บอกกับบุคลากรทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนั้นว่าจะไม่ลดคนและลดเงินเดือน แต่ทุกคนจะต้องมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือการสร้าง productivity เพื่อเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และเพราะอยู่ในภาวะวิกฤตทำให้ทุกคนร่วมมือ ซึ่งถ้าเป็นภาวะปกติจะไม่ยอมง่ายๆ อย่างนี้ ซึ่งภายใน 3 ปีก็เห็น productivity เกิดขึ้นในหลายๆ เรื่อง

        ก่อศักดิ์ย้ำว่า ด้วยการนำ TQM มาใช้ช่วยให้เซเว่นอีเลฟเว่นเติบโตมาได้ ณ วันนี้ สามารถมีร้านได้ถึง 4 พันสาขา มีพนักงานในร้านถึง 4 หมื่นคน พนักงานในบริษัทที่อยู่ในเครืออีกกว่า 2 หมื่นคน รวมกับพนักงานทำความสะดวกกับพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งมาจาก out source อีก 4 พันคน รวมเป็น 6.6 หมื่นคน ซึ่งเมื่อแยกเป็นหน่วยทำงานนับร้อยหน่วย จึงเป็นเรื่องยากที่จะบริหารให้เดินไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างถูกต้อง

        ความภูมิใจอยู่ที่การผลักดันให้ทุกคนช่วยกันสร้างยอดขายได้ถึง 8 หมื่นล้านบาท ด้วยการดูแลลูกค้าถึงวันละ 4 ล้านคน ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่แนวทางการบริหารให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพ ในจุดนี้เมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆ บริษัทที่มีผู้นำเพียงไม่กี่คนเป็นคนนำพาองค์กรไปในทิศทางใดก็ได้ โดยที่คนส่วนใหญ่ที่ทำงานในองค์กรนั้นทำหน้าที่ของตนเองจนสุดความสามารถเท่านั้น โดยไม่รู้จะพบกับวิกฤตเมื่อไร

        นอกจากนี้ เบื้องหลังการทำงานที่มีประสิทธิภาพของหลายๆ องค์กร และส่งผลถึงการพัฒนาประเทศมาจากการใช้ TQM ในการบริหารจัดการ เช่น รถไฟใต้ดินของฮ่องกงยังดีเหมือนเดิม ตรงเวลา ไม่เคยหยุด ไม่เคยผิดพลาด เช่นเดียวกับการไฟฟ้าฮ่องกง ที่มีภารกิจดูแลการใช้ไฟฟ้าอย่างมโหฬาร ไฟนับพันล้านดวงไม่เคยมีปัญหาและใน 6 ปีที่ผ่านมาไม่เคยขึ้นค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาคุณภาพมาตลอด

        หากจะเปรียบเทียบจากรางวัลที่ได้รับ ในประเทศสิงคโปร์มีองค์กรที่ได้รับรางวัล Singapore Quality Award 25 ราย Singapore Quality Control ประมาณ 100 ราย ในขณะที่มีองค์กรไทยได้รางวัล Thailand Quality Award 2 ราย และThailand Quality Control กว่า 10 ราย เท่านั้น ซึ่งเซเว่นฯ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

    ถ่ายทอดประสบการณ์สร้าง "productivity"

        เพราะแรงศรัทธา TQM ที่เพิ่มขึ้นเปรียบเป็นเหมือนการยอมรับนับถือในศาสนา ซึ่งเป็นผลมาจากการที่คนทั้งหมดมีส่วนร่วม ช่วยกันคิด ช่วยกันดูแลรายละเอียดมากมาย ซึ่งการนำ TQM มาใช้อย่างถูกต้องนั้น ในระยะแรกจะพบว่ามีปัญหามากขึ้นนั้น มาจากการรับรู้ปัญหาของตนเองโดยการใช้ TQM เป็นตัวช่วย

        สำหรับแนวความคิดที่จะปลุกระดมผู้บริหารให้เข้าใจการบริหารจัดการแบบ TQM ง่ายๆ ด้วยคาถาเพียงไม่กี่ข้อ เช่น แม้ทุกระดับที่มองปัญหาจะเห็นต่างกันดังนั้นเมื่อต้องการแก้ไขอย่างถูกจุดต้องคุยกันด้วยข้อเท็จจริงกับข้อมูล (Fact & Data) และต้องยอมเจาะลึกถึงกระบวนการวิธีการทำงานในเรื่องที่ต้องการทำเพื่อให้เข้าใจตรงกันและทำได้ถูกเป้าหมาย (process oriented)

        นอกจากนี้ ต้องใช้แนวคิด market inไม่ใช่ product out ต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร และพยายามคิดสิ่งที่เหมาะสมไปเสนอ ยกตัวอย่าง บริษัทใหญ่อย่างไอบีเอ็ม จากเดิมซีอีโอที่ให้ความสำคัญกับการค้นคว้าวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ลูกค้ากลับชอบความคิดและสินค้าของคู่แข่งมากมาย จนต้องเปลี่ยนซีอีโอที่มาจากธุรกิจอาหารซึ่งรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ด้วยการออกไปสำรวจตลาดตลอดจนพลิกฟื้นไอบีเอ็มขึ้นมาได้ รวมทั้ง แนวคิดที่ต้องเห็นหน่วยงานอื่นๆ ในองค์กรเป็นลูกค้าด้วย เพื่อจะได้ส่งต่องานดีๆ ไปให้

        ความท้าทายของผู้บริหารอยู่ที่การผลักดันความคิดหรือทำให้มีนิสัยในการทำงานแบบ TQM ไปสู่บุคลากรทุกระดับนั้นมีความยาก ไม่ใช่การทำ TQM เป็นเรื่องยาก สิ่งที่ต้องทำคือการรณรงค์และจัดกิจกรรมมากมาย เช่น การตั้งรางวัล Golden Ant เพื่อส่งเสริมให้คนในองค์กรมีส่วนร่วม และผลักดันให้มีความคิดความเชื่อว่าพนักงานทุกคนคือเจ้าของบริษัท เพราะพนักงานส่วนใหญ่คิดแค่ว่าเป็นเพียงลูกจ้าง จึงต้องใช้การอธิบายและทำให้รู้ การให้หุ้นทองคำด้วยการที่ผู้บริหารนำเงินของตนเองไปซื้อหุ้นมาแจกพนักงาน เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้บริษัทแจกหุ้นกับพนักงาน

        นอกจากนี้ เพื่อให้บุคลากรเข้าใจชีวิตการทำงานแบบเซเว่นฯ จึงกำหนด ค่านิยม (value) 7 ประการ ขององค์กร คือ สัจจะวาจา สามัคคี มีน้ำใจ ให้ความเคารพผู้อื่น และชื่นชมความงามแห่งชีวิต ด้วยมุมมองว่าทุกคนมีชีวิตจิตใจ มีสิทธิ์เป็นเจ้าของชีวิตของตัวเอง การทำงานที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมนั้นในฐานะความเป็นคนต้องทำงานอย่างมีความสุข ปรารถนารอยยิ้มลูกค้าด้วยทีมงานมีความสุข เพราะเมื่อทำงานมีความสุขรอยยิ้มจึงมาจากใจจริง ลูกค้าจะยิ้มกลับ เพราะฉะนั้น จึงมีกิจกรรมต่างๆ มากมายให้พนักงานเลือกทำ เช่น ชมรมวรรณกรรม ชมรมกีฬาและเกมต่างๆ เป็นต้น เพื่อให้รู้จักชื่นชมความงามแห่งชีวิต

        เพื่อให้การบริหารทุกระดับชั้นเป็นไปได้ตามเป้าและประคองให้การนำ TQM มาใช้ก้าวไปได้ จึงมีการกำหนด 11 leadershipส่วนของผู้บริหารระดับต้นมี 4 ข้อ คือ มีความจริงใจ ใช้ปิยะวาจา ไม่ศักดินา อย่าหลงอำนาจ ผู้บริหารระดับกลาง 4 ข้อ คือ เป็นแบบอย่างที่ดี ให้ความเมตตา มียุติธรรม และกล้าตัดสินใจ สำหรับผู้บริหารระดับสูง 3 ข้อ คือ อาทรสังคม บ่มเพาะคนดี ต้องมีใจกว้าง 

        "ด้วยการเห็นคุณค่าของ TQM มาก และเชื่อในความร่วมมือของคนจำนวนมากๆ ซึ่งการสร้างความเชื่อเป็นสิ่งสำคัญที่สุด"

        ยิ่งกว่านั้น การประกวดเพื่อคว้ารางวัล Total Quality Award ในกระบวนการทำให้เกิดข้อดีในการทำงาน ทุกหน่วยงานต้องเข้ามาร่วมกัน และต้องการพัฒนาตัวเองจริงๆ จึงส่งประกวดแบบปีเว้นปี เพื่อใช้เวลาในการปรับปรุงตัวเอง ซึ่งเริ่มจากการเชื่อใน TQM นอกจากนี้ ยังมีแนวทางการทำงานแบบ TQA มีเกณฑ์เพื่อให้การมีส่วนร่วมเกิดขึ้นในหน่วยงานต่างๆ (cross function) และแม้ว่าจะสอบตกไม่สามารถคว้ารางวัลมาได้ และมีจุดที่ต้องปรับปรุงต้องพัฒนาตัวเองอีกมาก แต่เป้าหมายยังเหมือนเดิม
     
     
    ที่มา :ผู้จัดการรายสัปดาห์23 กรกฎาคม 2550

     

    มาตรฐาน ISO27001

     


     

         มาตรฐาน ISO27001 คืออะไร ?
             บริษัทต่างๆ พบกับการเสี่ยงทุกวัน และความเสี่ยงสำคัญรูปแบบหนึ่งก็คือการจารกรรมข้อมูล หรือการสูญหายของข้อมูลที่มี
        ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของบริษัท เช่น รายชื่อของลูกค้า ข้อมูลการสั่งซื้อ และการขายสินค้า หรือข้อมูลเกี่ยวกับการ
        ออกแบบสินค้า เป็นต้น
             ISMS/ISO27001: 2005 เป็นมาตรฐานที่ดีที่สุด ในการจัดการด้าน ระบบการรักษาความปลอดภัยข้อมูลองค์กร ด้วย
       มาตรฐานนี้ ท่านสามารถสร้างกลยุทธ์และกำหนดทิศทางสำหรับการประเมิน การวัดค่าและการป้องกันการคุกคามจากภายนอก
       โดยผ่านกระบวนการจัดการความเสี่ยงของมาตรฐานได้

        ผลประโยชน์หลักจากการใช้มาตรฐาน ISMS/ISO27001:2005? 
        • เนื่องจาก การมีข้อมูลและระบบการจัดเก็บข้อมูล ที่มีความปลอดภัย เที่ยงตรงและพร้อมใช้งานเสมอนั้นย่อมช่วยสร้างความได้
          เปรียบทางการแข่งขัน สร้างผลกำไร และสร้างโอกาสทางการธุรกิจ

        • สอดคล้องกับกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติ

        • สร้างความมั่นใจให้กับบริษัทคู่ค้า รับประกันความต่อเนื่องในการทำธุรกิจระหว่างคู่ค้า

        • จากการประเมินความเสี่ยง การแยกแยะภัยคุกคามของข้อมูล การรับรู้จุดอ่อนและความเป็นไปได้ของความเสี่ยงและ จากการ
           พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ของผลกระทบที่จะเกิดนี่เอง ย่อมเป็นผลดี กับธุรกิจท่านในการเลือกลงทุนที่จะก่อประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด 

        ทำไมผู้บริหารจึงเห็นความจำเป็นของการบริหารความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศ ด้วยมาตรฐานนี้
             หลายปีที่ผ่านมา ผู้บริการในหลายๆ องค์กรเกิดความสนใจ ที่จะนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาใช้ในธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีด
       ความสามารถ ในการแข่งขัน และ โอกาสสู่ธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งก็มีส่วนที่ประสบความสำเร็จ ตามจุดมุ่งหมายบ้าง หรือไม่ประสบความ
       สำเร็จเท่าที่ควรบ้าง โดยที่ความสำเร็จของการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้งานในธุรกิจนั้น ก็มักจะขึ้นอยู่กับการที่สามารถ
       นำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาสนับสนุนขบวนการทางธุรกิจได้อย่างเต็มที่

             องค์กรต่างๆได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ธุรกิจต่างๆขององค์กรต้องอาศัย เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินการ
       ความสำคัญอันหนึ่งที่ทุกองค์กรต้องตระหนักถึง คือ ความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งหากไม่มีการจัดการ
       เรื่องความมั่นคงปลอดภัย ของระบบสารสนเทศที่เพียงพอ ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจขององค์กรมีตวามเสี่ยงเกิดขึ้นได้

             จากการที่รายการและขบวนการทางธุรกิจต่างๆ ขององค์กรได้ถูกเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานจากระบบที่อาศัยคนทั้งหมด
       เป็นแบบที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง ข้อมูลของการดำเนินงานได้ถูกส่งต่อ , ประมวลผล และ จัดเก็บในรูป
       แบบของสื่อต่างๆ ของเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการทางด้านเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้เพื่อความมั่นคง ปลอดภัยของระบบ
       สารสนเทศอย่างหลากหลายซึ่งโดยมากก็จะเป็นเทคโนโลยีที่มีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งการลงทุนเพื่อความมั่นคง ปลอดภัย ของระบบ
       สารสนเทศ ผู้บริหารขององค์กร ต้องพิจารณาความเหมาะสม

             ในการพิจารณาความเหมาะสมว่าการควบคุมที่จำเป็นจะต้องมีนั้นเพียงพอและเหมาะสมเพียงใดต่อการดำเนินธุรกิจ และ มี
       กระบวนการอย่างไร ในการจัดการกับ เหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้ความเสียหายทางธุรกิจจากการสูญเสียความมั่นคงปลอดภัยของระบบ

                ISO27001 : 2005 Information Security Management System หรือ ISMS เป็นมาตรฐานสากลที่
       กล่าวถึงมาตรฐานของระบบบริหารจัดการเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล โดยจุดประสงค์ของมาตรฐานนี้เพื่อจะทำให้องค์กร
       สามารถบริหารจัดการทางด้านความปลอดภัยได้อย่างมีระบบ และเพียงพอเหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กร โดยเริ่มแรก
       องค์กรต้องทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงของระบบ จากภัยคุกคาม และจุดอ่อนต่างๆ ในระบบจากนั้น จึงวิเคราะห์ และเลือกแนวทางการ
       ควบคุม และป้องกันสารสนเทศต่างๆอย่างเหมาะสม และพอเพียงโดยในตัวมาตรฐานก็จะมีแนวทางที่เรียกว่า Code of Practice
       ให้ใช้งานเพื่อควบคุมความเสี่ยงต่างๆขณะเดียวกัน มาตรฐานนี้ก็ยังกำหนดให้องค์กรจะต้องควบคุมดูแลระบบการรักษาความมั่นคง
       ปลอดภัย และกลไกในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

             ด้วยโครงสร้างของระบบบริหารที่ต้องมีการวางแผน , การดำเนินการ , ตรวจสอบ และการพัฒนา หรือที่เราเรียกว่า PDCA
        [ Plan : การวางแผน - Do : การปฏิบัติ – Check : การตรวจสอบ – Act : กำหนดมาตรฐาน ] นั้นจะทำให้การจัดการ
       เรื่องความมั่นคงของสารสนเทศ มีประสิทธิผลเต็มที่ และทำให้องค์กรมั่นใจที่จะให้ระบบสารสนเทศมาเป็นเครื่องมือในการดำเนิน
       ธุรกิจ รวมถึงเพิ่มโอกาสทางธุรกิจจากการใช้สารสนเทศมากขึ้น
     
     
    ที่มา :PR News Positioning Magazine 19/4/2550 
     
     
     
    July 29

    แนะนำฝึกงานสำหรับน้องปี 3

     

    365634ruvpqmirb5.png

        
       P&G                                     รับสมัครช่วงเดือนพฤศจิกายน ยังไงลองโทรไปถามนะ มีสอบข้อเขียนกะสอบสัมภาษณ์ด้วยนะ
                                                 ยากหน่อย แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีนะ และก็มีโอกาสได้ทำงานกะเค้าด้วยอ่ะ
     
       บมจ. ปตท.                              http://www.pttplc.com/th/ptt_core.asp?page=ap_in
                                                 ยื่นเอกสารภายในวันที่ 1 - 30 พฤศจิกายน
     
       บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น    http://www.dtac.co.th/th/aboutus/jobs/jobs_Internships.aspx
                                                 เปิดรับสมัครเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์
     
       บมจ. ธนาคารกรุงเทพ                   http://www.bangkokbank.com/Bangkok+Bank+Thai/About+Bangkok+Bank/
                                                 Careers/Student+Internship/default.htm
     
       เครือโรงพยาบาลพญาไท                http://www.jobpub.com/job_files/54425.htm
     
       องค์การแอ็คชั่นเอดส์ แห่งประเทศไทย  http://www.thaingo.org/prboard_2/view.php?id=11461
     
       บจ.คลิกทูโซลูชั่นส์ (เชียงใหม่)          http://www.click2solutions.com/2005/?content=job&sub=job2
     
       บมจ. การบินไทย                        http://www.thaiair.com/About_Thai/Careers/internship.htm
                                                 ก่อนสิ้นเดือนธันวาคม
     
       ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย                  http://www.unilever.co.th/ourcompany/careers/internship2550/
                                                1 สิงหาคม - 31 ตุลาคม
     
       ททท.                                    http://www.tat.or.th/whatnewdet.asp?id=63
     
       ทั้งหมดคือเท่าที่พี่หาได้จาก website แต่จากการพูดคุยกับเพื่อนๆ หลายสถาบันมี Swensense, Nestle, CP, True, Chin Crop., Sony, Dutch milk, Cement Thai, Plus property (แสนสิริ), ไทยรุ่ง (แน่นอน), โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน, โรงแรมต่างๆ, Phillip, ไทยน้ำทิพย์, โตโยต้า, ฟอร์ด, คอลเกต, เชฟโรเลต์, Wallco, เสื้อ Arrow, เครือสามารถ (ไอโมบาย), ชาร์ป, Nike, Hineken, Singha, สหวิริยา, ปิโตรนาส,แอร์เอเชีย (ต้องการสาขาเรามาก ไปจัดระบบสำรองที่นั่งและด้านคุณภาพ), บางกอกแอร์เวย์และอีกมากมายพี่จำไม่ได้แล้ว ยังไงน้องหาเบอร์ติดต่อแล้วโทรไปได้นะ อาจอารมณ์เสียนิดนึงอ่ะ ถ้าเจอ Operator เพราะจะบอกว่าไม่มีนโยบายค่ะ ทั้งที่จริงๆ แล้วอาจเปิดรับ น้องต้องหาเบอร์ฝ่ายบุคคลนะ ถึงจะรู้เรื่องอ่ะค่ะ
       
       บริษัทที่พี่ถามเพื่อนๆ มาเค้าไม่ค่อยเข้ามาที่ธรรมศาสตร์ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไม แต่เค้ามี Contact กับมหาวิทยาลัยอื่นนะ แบบนี้น้องต้องติดต่อเอง แต่ก็อย่าลืมให้เค้าเข้าใจเนื้องานที่เราจะเข้าไปทำด้วย ไม่งั้นเค้าจับไปทำบัญชี keyเอกสารไม่รู้ด้วยนะจ๊ะ
      

        

    July 27

    อ.ดร. การดี กับบทบาทใหม่ในข่าวข้นคนข่าว

     

     
     

     

     

    ใครที่พลาดการทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการข่าววันแรก ในรายการข่าวข้น คนข่าว
    ของอ.ดร. การดี ปรีชานนท์ ก็สามารถรับชมรายการย้อนหลังได้ทาง http://www.mcot.net/newstalk/archive.php นะค่ะ

    heart-1.gif

     

        

    แนะนำวิชาเรียน

    148dfgx.jpg 

     
    เป็นเพราะวิชาของ IM มีเยอะแยะมากมาย จะให้แนะนำทุกวิชาเลยคงไม่ไหว
     
         เอาเป็นว่าใครอยากรู้วิชาอะไร เรียนอะไร และควรจะเรียนกับอาจารย์ท่านใด ก็อยากให้ Post เป็นคำถามเอาไว้ใน comment อ่ะ แล้วเดี๋ยวจะเข้ามาตอบให้เป็นรายวิชาๆ ไปดีกว่านะ 
    July 26

    IM VS IE...ความเหมือนที่แตกต่าง

     
      
       IM กับ IE ต่างกันอย่างไร
       คำถามที่ต้องการคำตอบ...สำหรับใครหลายคน
     
       จากการพูดคุยกับอาจารย์ประจำภาควิชาบริหารอุตสาหการฯ ที่เรียนจบทางด้าน IE สอน IM และจากการสัมผัสด้วยตนเองจากการเรียนสาขานี้เป็นวิชาเอกเปรียบเทียบกับเพื่อนที่เลือกเรียนวิศวะอุตสาหการ เรามีคำตอบให้ว่า
          IM  Industrial and Operation Management
          IE   Industrial Engineering
          Management กับ Engineering นี่หล่ะคือสิ่งที่ทำให้แตกต่าง
     
       การเรียน
       เรามาเริ่มต้นจากสิ่งที่คล้ายกันก่อนนั่นคือชื่อวิชาหลายต่อหลายตัวของทั้ง IM และ IE ที่ใช้ชื่อเดียวกันหรือบางวิชาก็ใกล้เคียงกันมาก แต่หากพิจารณาในเรื่องของเนื้อหาวิชามีเพียงสิ่งเดียวที่เหมือนกันนั่นคือหลักการ หรือทฤษฎี แต่ในเรื่องของวิธีการคิด การนำไปใช้ของสองสาขาวิชานั้นแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น
     
        "วิชา Operations Analysis for Productivity Improvement ของ IM หรือเดิมชื่อ Work Study ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับ IE นั้นหลักการและทฤษฎีคือสิ่งที่เหมือนกัน คือการทำงานให้ง่ายเพื่อลดเวลาและเพิ่มผลิตภาพ เรียนรู้หลักการ time and motion study เรียนรู้ทฤษฎี therblig เหมือนกัน แต่สำหรับ IM แล้วเราเรียนรู้เพียงว่าทฤษฎuนี้พูดถึงสิ่งใด และมีประโยชน์ต่อการทำงานอย่างไร เช่น เรื่องของ time and motion study ซึ่งพูดถึงเวลาและการเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์ที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มผลิตภาพของงาน IM จะรู้ว่าการเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุดทำให้เราสามารถลดเวลาการทำงาน และช่วยให้การทำงานของพนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นเราก็จะไปดูว่างานปัจจุบันตรงไหนที่พนักงานยังทำด้วยความยากลำบากอยู่ เช่นของอยู่ไกล ทำให้พนักงานต้องเอื้อมตัวไปมาก เราก็จะพิจารณาให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง โดยอาศัยข้อมูลเวลาในการทำงานปัจจุบันเปรียบเทียบกับเวลาเดิมที่วิศวกรอุตสาหการเป็นผู้เก็บรวบรวมมาให้ โดยการเสนอรูปแบบการปรับเปลี่ยนว่าจะเป็นไปในรูปแบบใด  ทั้ง IM และ IE สามารถช่วยกันคิดได้ เพราะการคิดพัฒนาสิ่งใหม่ๆ จะขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์จึงไม่จำกัดว่า IM หรือ IE เท่านั้นที่คิดได้ ซึ่งในมุมมองของวิศวกรจะพิจารณาเลือกรูปแบบที่ทำให้งานภายในที่รับผิดชอบดีขึ้น เช่นถ้าเป็นงานในฝ่ายผลิต วิศวกรก็จะเลือกวิธีที่ทำให้ผลิตภาพในฝ่ายผลิตสูงขึ้น ในขณะที่ IM เราไม่ได้มองจบแค่นั้น แต่เราจะมองแบบภาพรวมทั้งองค์กรมากกว่า เพราะวิธีที่ทำให้ผลิตภาพของฝ่ายผลิตดี อาจทำให้เกิดปัญหาต่อฝ่ายบุคคล หรือฝ่ายการตลาดก็เป็นได้ ซึ่งตรงนี้แหละที่วิศวกรไม่ได้เรียนรู้เรื่องของผลกระทบทางด้านธุรกิจ"
     
       หรือกล่าวง่ายๆ ว่าในเรื่องนี้วิศวกรจะเป็นผู้เก็บข้อมูลทางสถิติ ดังนั้นสิ่งที่วิศวกรต้องทำได้แต่เราไม่จำเป็นต้องทำคือ การจับเวลาการทำงานของพนักงานให้ทันทุกขั้นตอน การเขียนแผนภาพหรือแผนผังการเคลื่อนไหวของพนักงานในทุกขั้นตอน ประมาณนี้ แต่สิ่งที่ IM ต้องเรียนรู้คือการอ่านข้อมูลที่วิศวกรเก็บมาให้ให้เป็นและนำข้อมูลเหล่านั้นใช้ในการตัดสินใจเพื่อการเปลี่ยนแปลงโดยมองภายรวมทั้งองค์กร และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมภายนอกด้วยนั่นเอง
     
       อย่างเรื่องของการบริหารสินค้าคงคลัง วิศวกรเรียนแบบผิวๆ เรียนเพียง 3 ชั่วโมงในวิชา Production Planning and control ในขณะที่เราเรียนกันเป็นเทอมๆ เพราะเค้าเรียนพวก shop floor เรียน time and motion study นั่งจับเวลากันเป็นเทอมๆ แต่เราเรียนแค่ 3-6 ชั่วโมงในวิชา Operations Analysis for Productivity Improvement เป็นต้น ดังนั้นสิ่งที่เราและเค้ารู้มีจำนวนเรื่องเท่าๆ กัน แต่ความลึกซึ้งและเน้นหนักในแต่ละวิชามันต่างกันจ้า
     
       การทำงาน
       IM ทำงานได้กว้างกว่าขอยืนยัน IE ส่วนใหญ่จบไปจะอยู่ใน line การผลิตไปช่วยแก้ปัญหาซึ่งพวกนี้เค้าจะเรียกกันว่า pure engineering บางส่วนไปเป็น consult ซึ่งต้องใช้ประสบการณ์ นั่นคือเค้าก็ต้องผ่านงานมาก่อนอาศัย on the job training และอีกส่วนน้อยมากไปทำงานเกี่ยวกับการวางแผนซึ่งกว่าจะได้ทำต้องพิสูจน์ฝีมือกันนานหน่อย แต่สำหรับ IM เรากลับตรงกันข้ามเพราะส่วนใหญ่จบไปอยู่ในงานวางแผน งานด้านการพัฒนา งานด้านการควบคุม และไม่จำกัดแค่ line การผลิตเท่านั้นแต่เราสามารถไปทำได้ทุกส่วน ทุกองค์กรจริงๆ นะ ส่วนงานแก้ปัญหาเราก็ทำนะแต่ไม่ต้องลงไปซ่อมเครื่องจักร บำรุงรักษาเครื่องจักร กันจริงๆเหมือนพวกวิศวะ แต่เราเอาข้อมูลมาและเสนอแนะเท่านั้น
     
       พูดง่ายๆ ว่า IE เค้าเป็นจั่นเจา เป็นฝ่ายบู้ แต่เรา IM เป็นกงซุนเช่อ เป็นฝ่ายบุ๋นขององค์กรนั่นเอง
     
       ถ้ายังไม่เห็นความแตกต่างจะ post คำถามทิ้งไว้ก็ได้นะ
     
    July 23

    MK Restaurant กับแนวคิดแบบ IM

     

     

           

           ย้อนไปเมื่อครั้ง MK ยังเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ เล็กๆ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า แท้จริงแล้วผู้หย่อนเมล็ดพันธุ์นี้สู่ผืนแผ่นดินไทยในครั้งแรก เป็นหญิงชาวฮ่องกงที่ชื่อ MAKONG KING YEE นามอันเป็นที่มาของอักษรย่อ MK เธอเปิดร้านอาหารไทยในย่านสยามสแควร์ ซอย 3 โดยไม่เกี่ยวข้องกับสุกี้เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ต่อมาเธอย้ายครอบครัวไปอยู่สหรัฐอเมริกา และขายกิจการให้กับคุณป้าทองคำ เมฆโต ผู้ซึ่งรดน้ำพรวนดินต่อช่วงในชื่อเดิม จนเมล็ดพันธุ์เติบโตเป็นต้นกล้า และกลายพันธุ์เป็น ภัตตาคารสุกี้ “เอ็มเค” สาขาแรกในห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่โดดเด่นด้วยการนำหม้อไฟฟ้าเข้ามาใช้เป็นเจ้าแรกในปี 2529 

     
    MK ได้จัดการเรื่อง Management อย่างไร
                
               งาน Management Function นั้น MK เสริมทีมเข้ามาทำ เช่น บัญชี การเงิน งานพัฒนา เพื่อให้เป็นมาตรฐาน ส่วนของงาน Operation MK ต้องทำเอง ต้องตรวจดูทุกสาขา จัดตั้งทีมตรวจสอบขึ้นมาโดยเฉพาะประมาณ 40-50 คน เพื่อตรวจสอบในทุก ๆ เรื่อง ซึ่งหน้าที่ของ QC มี เป็น 100 อย่าง ต้องตรวจทุกเรื่อง รวมทั้งเรื่องที่อยู่ในมุมมองของลูกค้าให้ความสนใจ เช่น ก่อนเข้าร้านก็ต้องมองป้าย ผู้ตรวจของเราก็ต้องมองป้ายด้วยเช่นกัน ดูว่าทรุดโทรมมั้ย แสงสว่างเพียงพอหรือไม่ ห้องน้ำต้องสะอาด คุณภาพอาหาร คุณภาพการบริการ สถานที่ process กรรมวิธีต่างๆ ที่กำหนดไว้ พนักงานเขาทำหรือเปล่า เราให้ความสำคัญกับการจัดการสูงมาก โดยเน้น Good practice of management คนส่วนใหญ่ในธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็กๆ ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ บางเรื่องมีอยู่ในตำรา แต่เวลาใช้ต้องประยุกต์ใช้ ต้องมีหลัก เช่น การจัดลำดับความสำคัญของงาน จากมากไปหาน้อย ซึ่งคนส่วนใหญ่มักทำจากเร่งด่วนมากไปหาเร่งด่วนน้อย แต่บางครั้งงานเร่งด่วนมันไม่สำคัญ ถ้าถามลูกค้าว่าคุณมา MK แคร์อะไรมากที่สุด ลูกค้าก็จะบอกเรียงลำดับความสำคัญ เราก็จะเลือกเอา 5 เรื่องแรกมาทำก่อน หรืออย่างซัพพลายเออร์จะมีอยู่บางเจ้าที่เป็นรายสำคัญ เราจะต้อง take care เขาให้ดีที่สุด หลักการนี้ประยุกต์ใช้ได้หมด
     
    MK ให้ความสำคัญกับเรื่อง Innovation มากน้อยเพียงใด
     
               Innovation หรือนวัตกรรมนั้น MK มีคู่กันมาตั้งแต่เริ่มต้น เช่น ความคิดในการนำเอาเตาไฟฟ้ามาใช้ และแหวกแนวไปเรื่อยๆ การใช้พื้นที่บนโต๊ะ คือ โต๊ะมันเล็กอยู่แล้ว จานชามสุกี้จะมีเยอะมาก สมัยก่อนเราก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้จานชามใช้พื้นที่น้อย ก็ได้ไอเดียจากญี่ปุ่นทำเป็นปิ่นโตซ้อนบนพื้นที่เดียวกัน ซ้อนได้เป็นชั้นๆ เราก็นำไปออกแบบ เป็นถาดซ้อน ต้องเจาะช่องให้ความเย็นเข้าได้เวลาเรา Cool ให้เหมือนเป็นหน้าต่างคอนโดมิเนียม เป็น Innovation ชนิดหนึ่ง ซึ่งเราคิดกันเอง หาโรงงานทำเองทุกอย่าง เริ่มหันมาใช้ตะเกียบใช้แล้วทิ้ง ซึ่งเราเป็นรายแรก กระดาษที่รองจานก็ดัดแปลงหมุนเวียนเปลี่ยนอาร์ตเวิร์คไปเรื่อยๆ ซึ่งก็ช่วยในการสร้างแบรนด์ได้ทางหนึ่ง ถ้วยน้ำจิ้มของเราออกแบบให้เล็กกว่าที่อื่น ๆ เพราะว่าคนไม่ได้กินเยอะขนาดนั้น พอใช้ขนาดนี้ก็สามารถเซฟน้ำจิ้มได้ ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวถูกคิดขึ้นใหม่ทั้งหมด โต๊ะของเราเป็นโต๊ะแกรนิต เพราะง่ายต่อการทำความสะอาดและมันเย็น กินของร้อนๆ ก็ต้องมีเย็นควบคู่อยู่ด้วย โซฟาที่นั่งทำเป็นไม้เพื่อลดความเสียหาย เพราะคนชอบใช้วัสดุทิ่มแทงถ้าเป็นเบาะ แต่เราก็มีเบาะพิงหลังนิดนึงให้พอนุ่ม ส่วนขาโต๊ะเป็น สเตนเลสจะได้ไม่ขึ้นสนิม ระบบไฟฟ้ามีความปลอดภัย เพราะใต้โต๊ะมีตัวป้องกันไฟดูด และในแผงไฟก็มีอีกตัวหนึ่ง มี Double Protection ซ้อนกันอยู่ ส่วนหม้อสุกี้เราดีไซน์ป้องกันการเลื่อนไปมา ไม่ให้ตกจากเตาและทำเป็น Children Guard เพื่อป้องกันน้ำร้อนลวก หรือเด็กเอามือไปถูก หูหม้อทำเป็นโลหะ 2 ชนิด เวลาร้อน จัดๆ จะจับไม่ร้อน สิ่งเหล่านี้เกิดจากการที่เราทำมานานมาก แล้วเราก็เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ มี Innovation เข้ามาเกี่ยวข้อง กลายเป็นภาพลักษณ์ของ MK ทำให้ MK เป็น Leadership ทุกวันนี้เราต้องคิดว่า เราจะทำเรื่องอะไร ต่อมิอะไรอีก บางครั้ง Innovation ก็มาจากลูกค้า จากซัพพลายเออร์ จากพนักงาน บางครั้งก็มาจากตัวเราเอง อาจเป็นเพราะเราเดินทางต่างประเทศ ไปเห็นที่ญี่ปุ่น อเมริกาหรือยุโรป เราก็คิดประยุกต์ไอเดียดี ๆ มาใช้ อย่างเตาที่เห็นอยู่นี่ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก็มีแล้วแต่แพงมาก จนกระทั่งเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วได้ร่วมออกแบบกับลูกน้องที่เป็นวิศวกร เขาออกแบบวงจรภายในผมช่วยคิดเรื่องรูปแบบรูปลักษณ์ภายนอก เพราะรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เช่น สี ความสูง ปุ่มกดที่เข้าใจง่ายๆ มีให้เลือกแค่เดือดมาก เดือด และอุ่น เป็นต้น
     
     
                ### ขอเสริมอีกหน่อยว่า ปัจจุบันนี้ MK เปลี่ยนภาชนะจาก condo มาเป็นพวงหิ้วชั้นๆ แล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า Condo ทำให้ลูกค้ามองไม่เห็นอาหารข้างในว่าเป็นอะไร และหมดหรือยัง ซึ่งก็เป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งที่ MK ช่วยกันคิดค้น###
     
                แล้วในสายตาผู้บริโภคอย่างเราๆ ที่มีความรู้กันอยู่บ้างคิดว่าอย่างไรกับภาชนะพวงหิ้วของ MK บ้าง ใครมี Idea เจ๋งกว่าก็ลอง Post ไว้นะ ไม่แน่ความคิดของคุณอาจเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงของ MK ก็ได้
     

    IM Camp'49

       
     

    เรารวบรมภาพกิจกรรมเมื่อครั้ง IM Camp ที่ผ่านมาให้ได้ชมกัน

    ใครมี comment หรือสนใจจะไป camp กับเราอีกก็โพสต์ไว้นะ